decoration decoration decoration
decoration
leaf leaf leaf leaf leaf
decoration decoration

เหยียบหนานกิงเที่ยวเมืองอันโหดร้ายทางประวัติศาสตร์จีน

เมืองประวัตศาสตร์ที่โดยขนานนามว่าเป็นขุมนรกที่ชาวจีนไม่อาจลืม ซึ่งเกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ครั้งใหญ่ขึ้นเมื่อคราวที่กองทัพทหารญี่ปุ่นได้เข้ามาบุกยึดเมืองนานกิงเอาไว้ได้ และได้ทำการฆาตกรรมชาวจีนอย่างโหดร้ายไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้หญิง หรือคนแก่ ก็ไม่ละเว้น จนมีคนเสียชีวิตถึง 250,000-300,000 คนเลยทีเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไปหนานกิงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกด้วย เพราะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นถึงเมืองหลวง 10 แผ่นดิน ซึ่งแน่นอนว่า นครแห่งนี้มีความเป็นมาที่น่าสนใจทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่มากมายเลยทีเดียว

5

 

  • สะพานข้ามแม่น้ำแยงซี สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีแห่งที่ 3 ของจีนซึ่งต่อจากสะพานข้ามแม่น้ำแยงซีในอู่ฮั่นและฉงชิ่ง สะพานที่มีความสวยงามและตั้งอยู่ในตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง สร้างให้เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1968 และใช้แรงงานคนกว่า 9,000 คนโดยใช้เวลาสร้างถึง 8 ปี สะพานแห่งนี้มีความยาวทั้งสิ้น 6,772 เมตร โดยใช้เวลาในการขับรถข้ามผ่านกว่า 15 นาทีถือว่าเป็นสะพานแห่งแรกที่ออกแบบและสร้างด้วยเทคนิคของสถาปนิกและวิศวกรชาวจีนที่มีความยิ่งใหญ่เป็นอย่างยิ่ง เป็นอีกจุดนึงที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายรูปบ่อยๆ อีกด้วยเพราะความสวยงามจากวิวทิวทัศน์และรูปปูนปั้นที่สวยงาม
  • กำแพงเมืองหนานจิง กำแพงเมืองโบราณที่มีความยาวที่สุดในโลกที่มีความยาวถึง 30 กิโลเมตรที่ออกแบบโดยจู หยวน จาง หลังจากที่สถาปนาราชวงศ์หมิงขึ้น ใช้เวลาก่อสร้างถึง 20 ปีซึ่งอิฐแต่ละก้อนนั้นจะมีชื่อของคนงานสลักเอาไว้ทุกก้อนซึ่งเชื่อว่าเป็นชื่อของแรงงานที่ได้ถูกลงโทษเพื่อแสดงถึงการปกครองที่เด็ดขาดของจูหยวนจางแสดงเอาไว้อีกด้วย บริเวณโดยรอบมีธรรมชาติที่สวยงามเป็นอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพราะจะมีความงดงามของใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย
  • อนุสรณ์สถานสังหารหมู่นานจิง อนุสรณ์ที่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การสังหารหมู่ในนานจงที่เป็นเหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากความทรงจำของคนจีนได้ มีผู้เสียชีวิตราว 300,000 คนในปี ค.ศ.1937 ซึ่งมีการจัดแสดงภาพถ่ายและรูปปั้นของชาวจีนที่พยายามดิ้นรนหนีเอาตัวรอด เพื่อสะท้อนความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่นที่ได้กระทำกับชาวเมืองนานกิงเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นบุกหนานกิงเพียงแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้หญิง เด็ก คนแก่ก็ไม่เว้น ความทรมาณและความโหดร้ายของทหารญี่ปุ่นเมื่อครั้งที่บุกเข้ามายึดเมืองแห่งนี้ ซึ่งการที่นิทรรศการที่จัดแสดงนั้นอาจจะทำให้นักท่องเที่ยวอาจจะหายใจหายคอไม่ออกเพราะความน่ากลัวของการสังหารหมู่และโศกนาฏกรรมแห่งนี้อีกด้วย
  • พระราชวังราชวงศ์สวรรค์ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ฉาวเทียนกง” ศาลเจ้าในลัทธิขงจื๊อที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อคราวสมัยราชวงศ์หนานซ่งเมื่อปี 390 และเมื่อในราชวงศ์หมิงพระราชวังแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการศึกษาโดยเป็นอาคารเรียนสำหรับชนชั้นสูงในสมัยนั้น ต่อมาได้ถูกทำลายลงโดยกบฎไท่ผิงและได้ถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1986 สืบนานจนถึงปัจจุบัน

6

 

  • หอกลอง หอโบราณแห่งเมืองนานจิงที่เหลือเพียงตัวกลองตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งหอกลองกู่โหลวสร้างเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1382 เพื่อใช้เมื่อครั้งคราวเกิดศึกเพื่อตีบอกสัญญาณเวลาและเตือนภัยเมื่อมีข้าศึกเข้ามาบุกรุก และเมื่อห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปไม่ไกลจะเป็นที่ตั้งของหอระฆังจงโหลวที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างให้คู่กับหอกลองเมื่อปีค.ศ. 1388
  • วัดหลิงกู่ วัดโบราณที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 14 ซึ่งภายในของวัดนั้นมี หออู๋เหลียง เจดีย์สูง 9 ชั้น สูงประมาณ 5 เมตร หอที่ไม่มีคานซึ่งสร้างด้วยศิลาทั้งหลังสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1929 เพื่อระลึกถึงเหยื่อในสงครามที่มียอดขุนศึกที่เสียชีวิตลงมากมายท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ วัดหลิงกู่นั้นเป็นวัดโบราณที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 600 ปีไม่ว่าจะเป็นสงคราม การเผาทำลายแต่ยังเหลือความงดงามเอาไว้ให้กับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย
  • สุสานจักรพรรดิหงอู่ สุสานที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามที่ใช้เวลานานมากในการสร้างรวมเป็นเวลาถึง 277 ปี มีอีกชื่อนึงว่า “หมิงเซียวหลิง” ตั้งอยู่ทางใต้ของสุสานของด๊อกเตอร์ ซุนยัดเซ็น ทางเดินจะมีรูปสลักหินและทหารขนาบอยู่ตลอดสองข้างทาง ซึ่งมีการปล้นขุมทรัพย์ล้ำค่าไปในช่วงกบฏไท่ผิงจนทำให้หลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ได้หายไปมากมายจนกลายเป็นสุสานร้าง เมื่อเดินเข้าไปถึงจะพบกับเก๋งจีนที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้เป็น ฮวงซุ้ย สองข้างทางมีรูปสัตว์ต่างๆ ที่มีทั้งสิงโต เสือ อูฐ ช้าง ม้า และเมื่อเดินเข้าใกล้สุสานมีรูปปั้นสลักข้าราชการทั้งฝ่ายบุ๋น ฝ่ายบู๊ มีทั้งกังฉินและตงฉินให้ได้ชมอีกด้วย
  • เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ในนานกิงนั้นนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวกำแพงเมืองจีนที่เป็นซิกเนอเจอร์ของนานกิงแล้วนั้นก็ยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่อีกอย่างนึงคือ เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นส่งมหัศจรรย์อีกชื้นนึงของโลกอีกด้วย เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิงนั้นตั้งอยู่ที่วัดต้าเป้าเอน ในเมืองเอกของมณฑลเจียงซู เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมที่สร้างขึ้นในสมัยของจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เจดีย์แห่งนี้จะมุงด้วยหลังตากระเบื้องเคลือบสีเขียวตั้งยอดเป็นทรงกลมต่อกันและชั้นต่อไปเคลือบทอง ซึ่งแต่เดิมเจดีย์มี 3 ชั้นเมื่อครั้งแรกเริ่มสร้างเมื่อสมัยราชวงศ์หมิงคริสต์ศตวรรษที่ 15 และได้สร้างขึ้นอีก 6 ชั้นจนกลายเป็น 9 ชั้นจนถึงปัจจุบัน มีความสูงประมาณ 261 ฟุตโดยประมาณ เจดีย์แห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่ล้ำค่าได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ซึ่งเรียกว่า “วัดแห่งการทดแทนคุณ” ซึ่งจักรพรรดิหย่งเล่อเพื่อระลึกถึงพระบิดาพระมารดาที่ได้สิ้นพระชนม์ลงเพราะถูกกลั่นแกล้งและใส่ร้ายป้ายสีจากผู้อื่น มีโซ่โยงจากเหลี่ยมของเจดีย์ถึง 8 เส้น มีกระดิ่งตามแนวถึง 80 ลูกแม้เจดีย์จะดูทรุดโทรมไปมากเพราะถูกเผาทรุดโทรมจากกบฎไท่ผิง การก่อสร้างสถานที่นี้ใช้ทั้งแรงงานและทหารมากกว่า 1 แสนคนและใช้เวลาการก่อสร้างถึง 19 ปี เมื่อจนปุจจุบันกลายเป็นเจดีย์ที่สวยงาม 9 ชั้นโครงสร้างของเจดีย์นั้นก่อด้วยอิฐและประดับด้วยกระเบื้องเคลือบมากมายดูสวยงามเป็นอย่างมาก และเมืองโดนทำลายลงด้วยเมื่อครั้งกบฎไท่ผิง จึงมีเพียงบางส่วนที่จัดการแสดงเอาไว้ให้ดูภายในอีกด้วย จึงสามารถเห็นถึงความสวยงามของเจดีย์ที่เคยเป็นมาก่อนอีกด้วย แต่เมื่อครั้งปีพ.ศ.2553 นายหวัง เจียนหลิน ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ต้าเหลียน วันดา กรุ๊ป ได้บริจาคเงินเพื่อบูรณะเจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิงเพื่ออนุรักษ์ให้กับชนรุ่นหลังต่อไปราวๆ ถึง 4,500 ล้านบาท

หมอนราศี หมอนผ้าห่ม หมอนสาวน้อย 390 บาทเท่านนั้นจ้า รับประกันถูกสุดในโซเชียลใครอยากได้จัดไปก่อนของจะหมดนะจ้า ผ้าห่มแยกจากตัวตุ๊กตา ขนาดใหญ่สะใจ 3.5 ฟุต ห่มได้สบาย ๆ

หมอนผ้าห่ม

 

 

เหยียบเมืองหลวงย่างกุ้ง

เมื่อพูดถึงทริปพม่าคงไม่มีใครอยากพลาดจะไปเยี่ยมเยือนอดีตเมืองหลวงของพม่าที่ยังคงมีความอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้กับเมืองเนปิดอว์ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ที่ทางการของพม่านั้นได้สถาปนาขึ้นมาใหม่ ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำอิระวดี ซึ่งย่างกุ้งนั้นมีชื่อเดิมคือ เมืองดากอง ที่ก่อตั้งมาถึง 2,500 ปีมาแล้ว เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของมอญและเปลี่ยนชื่อมาเป็น ย่างกุ้ง ในปีพ.ศ.2298 พม่านั้นเคยตกเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกอังกฤษปกครอง ซึ่งยังคงเห็นได้ถึงอาคารที่เก่าแก่ทรงโคโลเนียลอยู่มากมายหลายแห่งแม้ในปีพ.ศ.2548 จะได้สถาปนาเมืองเนปิดอว์เป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ แต่ศูนย์การค้าทั้งหลายก็ยังเป็นที่ ย่างกุ้งเช่นเดิม ย่างกุ้งนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครันเช่น โรงแรม สนามบิน ร้านอาหาร ทัวร์ต่างๆ และร้านมินิมาร์ทเป็นต้น

3

 

  • เจดีย์ชเวดากอง นับว่าเป็นเจดีย์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับชาวพม่าที่ได้ให้ความนับถือมากที่สุด ซึ่งคุณจะได้เห็นชาวพม่าและนักท่องเที่ยวเข้ามาแวะชมอย่างไม่ขาดสาย ในตัวเจดีย์มีความงดงามเป็นสีทองอร่ามสวย ตำนานเล่าว่าเจดีย์ชเวดากองถูกสร้างมานานกว่า 2,500 ปี ด้วยชาวมอญที่เป็นพ่อค้าที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าเพื่อถวายภัตตาหารแก่พระพุทธเจ้าถึงประเทศอินเดียนามว่า “ตปุสสะ” และ “ภัลลิกะ” แล้วจึงเกิดเลื่อมใสในคำสอนของพระพุทธองค์ จึงถวายตัวเป็นอุบาสก และจึงได้ทูลขอสิ่งของจากพระพุทธเจ้าเพื่อนำมาเป็นพุทธบูชาแทนพระพุทธองค์นั่นคือ พระเกศาธาตุ 8 เส้น แต่ในระหว่างทางนั้นได้เจอกับเจ้าหน้าที่ตรวจด่านสินค้าและพญานาคแย่งชิงไป จึงเหลือเพียงแค่ 4 เส้น ซึ่งทั้งคู่เดินทางมาถึงเมืองย่างกุ้งก็อธิฐานว่า “ขอให้พระเกศาธาตุนั้นกลับมาเท่าเดิมถ้าหากมีบุญวาสนาในการสืบทอดพระพุทธศาสนาขอให้พระเกศากลับมาครบตามเดิม เมื่อเปิดผอบก็เห็นว่า พระเกศาธาตุนั้นกลับมาครบตามเดิมถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์

เริ่มแรกนั้นเจดีย์เป็นเพียงเจดีย์เล็กๆ ทรงระฆังคว่ำ ต่อมากษัตริย์ของพม่าได้สร้างเจดีย์ใหม่ครอบและมีความสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว องค์เจดีย์ใช้แผ่นทองหุ้มรอบนอกน้ำหนักรวมประมาณ 3 ตันใช้แผ่นทองถึง 8,688 แผ่น ซึ่งในความเชื่อนั้นถือว่า การถวายทองนั้นจะทำให้ชีวิตและบ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ซึ่งมีความเชื่อ มีทองรวมกันมากกว่าธนาคารแห่งชาติของอังกฤษเสียอีก ส่วนยอดจะประดับประดาด้วยถึง 5,448 เม็ด ซึ่งเพชรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดมีขนาดถึง 76 กะรัต และมีทับทิม ไพลินและบุษราคัม รวมกันอยู่ถึง 2,317 เม็ดด้วยกัน

ทั้งนี้การเข้าเยี่ยมชมนั้นมีทางขึ้นทั้งหมด 4 ทิศซึ่งทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกนั้นมีลิฟท์แก้วให้บริการ ส่วนทางใต้จะเป็นบันไดเลื่อนค่ะ

ที่ตั้ง         ถนนชเวติโก่งพยา ตั้งอยู่บนยอดเขาใจกลางเมืองของกรุงย่างกุ้ง

  • วัดโบตะทาวน์ วัดนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับเจดีย์ชเวดากองเป็นอย่างมาก ซึ่งครั้นเมื่อชาวมอญทั้งสองและกษัตริย์ในคราวนี้ได้สั่งให้ทหารกว่า 1,000 นายมาคอยต้อนรับและคอยเฝ้ารักษาพระเกศาธาตุเอาไว้ให้ดีก่อนที่จะสร้างเจดีย์เสร็จ สถานที่นี้ถูกสร้างเป็นวัดต่อมาและถูกเรียกว่า โบตะทาวน์ หรือ ทหาร 1,000 นาย ในปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปีพ.ศ.2496 เพราะของเดิมนั้นถูกระเบิดทำลายลงในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสามารถเห็นเจดีย์ระฆังทรงสูง 140 เมตร ภายในมีความปราณีตสวยงามด้วยกระจกสี ภายในมณฑบครอบด้วยแก้วใส ประดิษฐาน ใจกลางเจดีย์ และพระพุทธรูปทองคำ และสำริดกว่า 700 องค์เลยทีเดียว มีทั้งแผ่นจารึกดินเผาและสมบัติบางส่วน รวมถึงพระเขี้ยวแก้วด้วย ภายในมีเทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ที่ชาวบ้านนิยมมากราบไหว้และได้รับความนับถือว่า อธิษฐานอะไรก็จะรวดเร็วสมดังความปรารถนา

ที่ตั้ง         ถนนสแตรนด์ทางทิศตะวันออกตรงริมแม่น้ำย่างกุ้ง ใกล้ท่าเรือเมืองย่างกุ้ง

  • เจดีย์สุเล ตามตำนานของทางพม่าเล่ากันว่า การสร้างเจดีย์ชเวดากองนั้น สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่เพื่อเป็นที่ประชุมของบุคคลสำคัญมาปรึกษาหารือในการสร้างเจดีย์และหลังจากที่สร้างเจดีย์ชเวดากองเสร็จ ก็จึงได้สร้างเจดีย์สุเลในพื้นที่ตรงนี้เพื่อเป็นที่ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองย่างกุ้ง ที่มีขนาดเจดีย์สูงถึง 48 เมตรเลยทีเดียว และที่สำคัญเจดีย์สุเลนั้นเป็นหลักเริ่มต้นระยะทางของประเทศพม่า ไปตามทิศต่างๆอีกด้วยค่ะ

ที่ตั้ง         ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง

  • วัดพระนอนเจดีย์เจ๊าทัตจี วัดแห่งนี้ไม่มีเจดีย์เหมือนกับวัดอื่นๆ แต่จะมีพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน ที่มีความยาวถึง 70เมตรอยู่ภายในวิหารที่สร้างด้วยงบประมาณถึง 70,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างเรียกพระองค์นี้ว่า พระนอนตาหวาน ซึ่งเหตุเพราะพระนอนองค์นี้มีลักษณะแตกต่างจากพระองค์อื่น ดวงตาที่เปล่งประกาย และขนตาที่งอนยาวสวย พระพัตกร์ที่ยิ้มแย้มแสดงถึงความสุขและมีเมตตา ทั้งนี้ดวงตาของพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ได้สั่งผลิตมาจากแก้วพิเศษจากระเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียวจึงมีความสุกใสประกายสีฟ้า และพระพุทธบาทมีลายมงคล 108 ประการอีกด้วย

ที่ตั้ง         อยู่บนถนนชเกอนเตียง ย่านตัมเว เมืองย่างกุ้ง

  • วัดกะบ่าเอ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นเมืองทศวรรษที่ 1950 ด้วยนายกรัฐมนตรีคนแรกของพม่าตามตำนานที่เล่าขานมา มีเรื่องเล่าว่ามีพระสะยาเทได้นั่งสมาธและมีชะขาวผ็นึงได้นำลำไม้ไผ่ที่มีข้อความจารึกลงในไม้ไผ่มาให้เพื่อฝากไปยังนายกรัฐมนตรีผู้นั้น พร้อมสั่งให้ทำนุบำรุงให้ดี ศาสนาจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น นายกรัฐมนตรีผู้นั้นจึงได้นำลำไม้ไผ่มาทะนุบำรุงและสร้างเจดีย์กะบ่าเอครอบเอาไว้ เจดัย์องค์นี้มีความสูง 34เมตร ภายในบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์สองท่านคือ พระสารีบุตรและพระโมคลานะ ที่ได้อัญเชิญมาจากพิพิธภัณฑ์ในเมืองลอนดอนเมื่อไม่นานมานี้อีกด้วย ภายในมีพระประธานคือ พระมหามุนีองค์จำลอง หล่อด้วยเงินบริสุทธิ์ที่มีนำหนักถึง 500 กิโลกรัม

ที่ตั้ง         ทางเหนือของทะเลสาบอินยา

  • ตลาดโบ่ซก อองซาน เวลาทำการของตลาดแห่งนี้คือเวลา 00-16.30 น. และปิดทำการวันจันทร์ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงย่างกุ้ง ตลาดโบ่ซก หรือเรียกง่ายๆ ว่า ตลาดสก็อต มีสินค้ามากมายให้ได้ซื้อหากันไม่ว่าจะเป็นงานผ้าพื้นเมือง งานแกะสลัก เครื่องประดับ ตุ๊กตา เครื่องดนตรีเป็นต้น อีกทั้งโดยรอบยังมีเสื้อผ้าให้ได้เลือกซื้อเลือกหากันอีกด้วย ภายในตลาดยังมีร้านกาแฟและร้านอาหารพื้นเมืองให้คุณได้ลิ้มลองกันอีกด้วยค่ะ

ที่ตั้ง         หัวมุมสี่แยกซู่เหล่พยากับถนนโบ่ซก อองซาน จรงที่ทำการรถไฟ

 

K

K

เครื่องสำอางเกาหลี พร้อมส่ง ร้านนี้เลยจร้าา www.molykorea.com คลิกเลย

พร้อมส่งจ้รา

ราคา 170 บาทคะ

SkinFood Shea Butter Lip Care Bar Intense

อ่อนโยนเหมาะสำหรับผิวบอบบางและระคายเคืองง่าย

โดยเฉพาะผู้ที่แพ้ลิปสติกริมฝีปากหมองคล้ำและแห้งแตกเพราะส่วนผสมทั้งหมดมาจากธรรมชาติ

มีทั้งหมด 5 เบอร์

# 1 Rich Butter บำรุงสุดเข้มข้นจากเชียร์บัทเทอร์ เหมาะสำหรับริมฝีปากที่แห้งมากๆ

# 2 Milk Butter ผสมน้ำนม+เชียร์บัทเทอร์ เพื่อความชุ่มชื่นและเนียนนุ่ม ทำให้ริมฝีปากนุ่นสุดๆ

# 3 Mint Butter ให้ความเย็นสดชื่นจากมิ้นเหมาะสำหรับอากาศร้อน ให้ความชุ่มชื่นได้ยาวนานด้วยคุณค่าจากเชียร์บัทเทอร์

# 4 Berry Butter บำรุงริมฝีปากจากผลเบอร์รี่ผสมเชียร์บัทเทอร์ ช่วยลดริ้วรอยร่องลึก และให้สีชมพูอ่อนๆ

# 5 Apricot Butter บำรุงริมฝีปากจากเอพริคอตผสมเชียร์บัทเทอร์ ช่วยลดความหมองคล้ำ และให้สีส้มอ่อนๆ

skinfood

เสิ่นหยางตำนานอีสานแห่งจีน

เมืองขนาดใหญ่ในภาคอีสานเหนือของจีน เมืองที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในมณฑลเหลียวหนิง อีกหนึ่งเมืองแห่งประวัติที่มีความยาวนานกว่า 2,000 ปีเมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงที่สำคัญมาก่อน ตำนานว่าหัวหน้าเผ่าแมนจูได้ยกทัพเข้ามาตีปักกิ่ง เพื่อล้มราชวงศ์หมิงจากนั้นก็สถาปนาราชวงศ์ชิงขึ้น จากนั้นย้ายเมืองหลวงจากเสิ่นหยางมายังที่กรุงปักกิ่ง แม้จะย้ายราชธานีไปแล้วก็ยังทิ้งวัฒนธรรมโบราณทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลังอีกด้วย

1

 

  • พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง นอกจากพระราชวังต้องห้ามแล้วนั้น ยังมีพระราชวังอีกทีนึงที่ยังมีสภาพสมบูรณ์และยังคงหลงเหลือสถาปัตยกรรมที่งดงามอยู่ นั่นคือ พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1625 และเสร็จสิ้นในปี 1936 เป็นพระราชวังแห่งแรกของราชวงศ์ชิง ที่สำคัญเป็นที่ปรับของนูเอ่อฮาจีซึ่งเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์ชิง สถาปัตยกรรมแห่งนี้ยังคงซ่อนกลิ่นอายของวัฒนธรรมแห่งชาวแมนจูเอาไว้ด้วย พระราชวังที่มีเนื้อที่ถึง 6 หมื่นตารางกิโลเมตร ที่มีสิ่งปลูกสร้างกว่า 70 กว่าแห่ง ห้องที่มีอยู่มากมายถึง 300 กว่าห้อง ซึ่งสวยงามเป็นอย่างมาก
  • อุทยานเป่ยหลิง หรือมีอีกชื่อนึงว่า “จ้าวหลิง” สุสานของกษัตริย์รุ่นที่สองของราชวงศ์ชิง ที่มีชื่อว่า “หวงไท่จี๋” หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนไปเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่งดงามและมีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่ง  อุทยานเป่ยหลิงแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อค.ศ.1643 ภายในมีตำหนักโบราณอยู่หลายหลัง ด้วยความสวยงามของทิวต้นสนที่ลู่ลมไปมาอย่างสวยงามและทิวทัศน์ริมทะเลสาบที่สวยงามเพื่อปรับฮวงซุ้ยตามแบบฉบับของชาวจีน

2

 

  • ซินเล่ออี๋จื่อ โบราณสถานที่อยู่ในเขตหวงกู่ นักโบราณคดีได้ขุดค้นพบในปี 1973 และได้พบกับวัตถุโบราณหลายชิ้น และได้พิสูจน์ว่าวัตถุโบราณนี้เกิดขึ้นในยุคหินใหม่มีอายุรวมประมาณ 7,000 ปีเช่น อำพัน ซึ่งเป็นอัญมณีที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตและยางสนแข็งจนแข็งตัวกลายเป็นหิน และจิตรกรรมแกะสลักไม้ ในปัจจุบันได้รับการเก็บรักษาในพิพิธภัณฑ์ซินเล่ออี้จื่อ นักโบราณคดีได้สันนิฐานว่า พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นหมู่บ้านที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีอายุประมาณ 7,200 ปี และมีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ ทัศนียภาพอันร่มรื่นและสามารถเดินชมได้ตลอดทั้งวัน
  • สุสานฝูหลิง สุสานของพระเจ้าหนู่เออฮาซื่อ กษัตริย์พระองค์แรกของราชวงศ์ชิงและพระมเหสี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 2004 เป็นที่รู้จักกันใน สุสานแห่งตะวันออก เป็นที่น่าสังเกตุว่าว่าสุสานแห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าสุสานของกษัตริย์ที่มีสามัญชนนัก สุสานนั้นสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1629 ที่ห่างจากเมืองเสิ่นหยางออกไปทางตะวันออกประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในสวนตงหลิงที่ภายในนั้นมีข้าวของของปฐมกษัตริย์พระองค์นี้อีกด้วย
  • ถนนคนเดินไท่หยวนเจีย เป็นอีกหนึ่งเศรษฐกิจที่สำคัญของเสิ่นหยางที่สำคัญ ถนนเส้นนี้ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านรวงที่มีสินค้าขายอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือแม้แต่กระทั่งร้านอาหารต่างๆ ที่แสนอร่อยซึ่งนักท่องเที่ยวชื่นชอบที่จะแวะเวียนไปกันเป็นอย่างมาก ซึ่งถนนคนเดินไท่หยวนเจียนั้นเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเลือกซื้อของฝากได้

ความนุ่มของเส้นใยจะทำให้รู้สึกบางเบาไม่อึดอัด แถมได้ความอบอุ่นในแบบที่ผ้าห่มนาโนที่ความหนาเท่ากันให้ไม่ได้ ยิ่งซักยิ่งนุ่ม วินเทจผ้าคลุมเตียง ผ้าห่มนาโน ร้านนี้เลยจร้าา www.dreamhouse.in.th

ผ้าห่มนาโน

 

 

สิบสองปันนาเมืองแห่งชนเผ่าไทลื้อ

ดินแดนเขตปกครองตนเองสิบสองปันนา ซึ่งมีเมืองหลวงที่ชื่อว่า เชียงรุ่ง ซึ่งอตีตเป็นเมืองของชาวไทลื้อ เมืองที่มีความงดงามและทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ที่ตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนาน เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “เมืองพาราณสี” ซึ่งแปลว่าเป็นเมืองที่งดงามราวกับความฝัน สิบสองปันนานั้นมีชื่อเสียงมากในเรื่องความอุดมสมบรณ์ในพื้นป่าเขตร้อนทีเดียวในจีนและประเพณีของชนกลุ่มน้อย และเมื่อเดือนเมษายนของทุกปี จะมีการเล่นน้ำสงกรานต์ของชาวไต หรือ ไทลื้อ ซึ่งเหมือนกับประเทศไทยอีกด้วย และสิบสองปันนามีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรบ้าง เรามีมาแนะนำกัน

3

 

  • วัดหลวงเมืองลื้อ วัดพุทธนิกายหินยานที่มีความใหญ่ที่สุดของประเทศจีน ที่ใช้เงินก่อสร้างมหาศาลถึง 350 ล้านหยวน มีประพุทธรูปขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด และยังเป็นที่ตั้งของวิทยาลัยศาสนาพุทธสิบสองปันนาอีกด้วย ที่นี่มี “ชุมนุมพระคัมภีร์อักษรธรรมใบลาน” ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ใบลานของนิกายเถรวาทอีกด้วย วัดแห่งนี้มีความงดงามเป็นอย่างยิ่งโดยมีการผสมผสานของศิลปะแบบพุทธทั้งนิกายหินยาน มหายาน ทิเบต และโบสถ์ที่ผสมผสานศิลปะระหว่างพม่า ลาวและไทลื้อ อีกทั้งยังมีท้าวจตุรบาลแบบจีนยืนอยู่บริเวณบันไดนาคอีกด้วย โดดเด่นด้วยโบสถ์ที่สร้างโดยแบบศิลปะที่ผสมผสานกับศิลปะไทลื้อ พม่า ลาว และไทยซึ่งดูสวยงามและตระการตาเป็นอย่างมาก ที่ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดใหญ่ที่เป็นพุทธประวัติอีกด้วย
  • สวนป่าดงดิบ เดินทางออกไปจากเมืองเชียงรุ้งประมาณ 8 กิโลเมตร ป่าดงดิบในเขตร้อนที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง รวมถึงสัตว์ป่านานาชนิด อย่าเพิ่งตกใจว่า จะต้องไปเดินป่าให้ลำบากลำบน สวนป่าแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 5 หมื่นไร่ ที่มีความสมบูรณ์ของพันธ์ไม้เมืองร้อนซึ่งมีหมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยจำลอง สัตว์ป่านานาชนิดและร้านอาหารเรือนรับแขก มีการแสดงโชว์ของชนพื้นเมืองและมีพิธีแต่งงานของชนกลุ่มน้อยให้ได้ชมกันอีกด้วย เดินชมนกยูงที่สวยงามและสามารถเล่นกับพวกมันได้ ส่วนในมีการจัดแสดงสัตว์น่ารักแสนรู้เช่น เสือ หมี ลิง เป็นต้นสำหรับคนที่ไม่อยากเดินก็สามารถที่จะเช่ารถกอล์ฟไม่ยังจุดต่างๆ ได้ด้วย

4

  • สวนป่าอรัญญา ใช้เวลาในการเดินชมสวนป่าแห่งนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ฉะนั้นการเดินเที่ยวชมควรที่จะเตรียมตัวให้พร้อมอีกด้วย อุทยานที่มีความสมบูรณ์ที่มีต้นไม้อยู่อายุหลายร้อยปีเป็นจำนวนมาก จุดที่น่าสนใจของอุทยานแห่งนี้คือ ต้นวั่งเทียนที่มีความสูงถึง 80 เมตร การเข้าชมสวนป่านั้นจะต้องนั่งเรือผ่านเข้าไปอีกด้วย ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวชมอีกด้วย
  • โชว์พาราณสี การแสดงที่ไม่ว่าใครที่ได้มาเยือนสิบสองปันนาแล้วนั้นก็ควรที่จะต้องเข้าชม ซึ่งการแสดงโชว์พาราณสีนี้เป็นอีกการแสดงที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งของประเทศจีน ที่มีความพิถีพิถันในการจัดระบบการแสดงที่มีแสง สี เสียงประกอบการแสดงที่อลังการ การแสดงที่จำลองวิถีชีวิต ตำนาน ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และตำนานของชนกลุ่มน้อยในสิบสองปันนา ที่มีทั้งความอ่อนช้อย สีสัน และอลังการในการจัดการแสดง ที่ผู้เข้าชมจะได้รับความรื่นรมย์และความประทับใจกับโชว์ที่น่าประทับใจอันนี้อย่างแน่นอน ที่สามารถสำรองที่นั่งได้ทุกวันเพราะมีการแสดงวันละ 2 รอบอีกด้วย
  • หุบเขาช้างป่า แหล่งท่องเที่ยวที่ยอดนิยมอีกทีนึงของสิบสองปันนา ศูนย์ฝึกช้างที่มีเพียงแห่งเดียวและใหญ่ที่สุดในประเทศจีน  กิจกรรมที่อยู่ในอุทยานนั้นคือการท่องเที่ยวเดินชมธรรมชาติและดูชีวิตฝูงช้างป่า หรือจะเลือกพักบนบ้านที่สร้างบนต้นไม้อีกด้วย ทางศูนย์ฝึกช้างยังมีการแสดงช้างวันละ 2 รอบอีกด้วย
  • หมู่บ้านกาหลั่นป้า อีกหนึ่งชุมชนของไทลื้อที่มีขนาดใหญ่อีกที่นึงของสิบสองปันนา ซึ่งในยามเช้านั้นมีตลาดเช้าของกาหลั่นป้าที่มีขนาดใหญ่ และยังสามารถพบเห็นวิถีชีวิตของชาวไทลื้อที่มีสีสันและยังคงเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนเผ่าอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านเรือนได้อย่างสบาย บางหลังมีหญิงสาวแต่งกายชุดไทลื้ออีกด้วย ภายในหมู่บ้านมีสินค้าที่ชาวบ้านทำขึ้นเอาไว้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหา รวมถึงผลไม้ที่ทางชาวบ้านได้ปลูกเอาไว้สำหรับนักช้อปก็คงจะถูกใจเป็นแน่แท้
  • ฝากร้าน สินค้าเกรดAAA ‬ ผ้าปูที่นอนสีพื้น # เนื้อผ้าหนา นุ่มนิ่ม ไม่เป็นขุย ไม่ตกสี👍👌
    ขนาด 3.5 5 6 ฟุต
    ประกอบด้วย
    🍓ผ้าปูที่นอน 1 ชิ้น(รัดมุม)
    🍓ปลอก️หมอน 2 ชิ้น
    🍓ปลอกหมอนข้าง 2 ชิ้น
  • ผ้าปูที่นอน ผ้าปูที่นอนสีพื้น
  • สวนป่าอรัญญา สวนป่าที่เปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติที่ต้องขับรถห่างออกไปจากเชียงรุ้งประมาณ 134 กิโลเมตร อุทยานแห่งนี้ยังคงความสมบูรณ์ ต้นไม้ที่มีอายุหลายร้อยปีเป็นจำนวนมาก ต้นไม้ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจคือ ต้นวั่งเทียนสู้ หรือมีอีกชื่อนึงว่า ต้นไม้ชี้ฟ้าซึ่งมีความสูงถึง 80 เมตร และสะพานเชือกแขวนที่มีความสูงถึง 30 เมตร การเดินชมธรรมชาติที่ผืนป่าที่ยังคงอุดมสมบูรณ์และอากาศที่สดชื่นในป่า
  • ตลาดเช้าเชียงรุ้ง ตลาดในเมืองเชียงรุ้งที่อยู่ในใจกลางของเมือง แหล่งรวมสินค้าพื้นเมืองที่มีมากมายหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ 6 โมงจนถึง 6 โมงเย็นไม่ว่าจะเป็น ของป่า ผักสด ผลไม้ จนไปถึงเสื้อผ้ารองเท้า เครื่องสำอาง และข้าวของพื้นเมือง ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจึงคึกคักอยู่ตลอดทั้งวัน

 

 

 

สัมผัสธรรมชาติท่ามกลางแมกไม้ ปราสาทตาพรหม

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินทางไปชมปราสาทท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ควรพลาดปราสาทตาพรหม (Ta Prohm) ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ในปี พ.ศ. 1729 หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ขึ้นครองราชย์ได้ประมาณ 5 ปีเพื่อสร้างเป็นพระวิหารหลวงในพุทธศาสนาในนิกายมหายานที่สำคัญปราสาทตาพรหมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับพระมารดาที่มีพระนามว่า “พระนางชัยราชจุฑามณี” ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อีกด้วยค่ะ ซึ่งเคยมีชื่อเดิมว่า “ราชวิหาร” หรือ “วัดของพระราชา” หรือ “วัดพระพรหมของผู้เฒ่า”ซึ่งสังเกตดีๆ เมื่อคุณเดินเข้าไปส่วนพระปรางค์ประธานของปราสาทจะมีรูปเล็กๆ มีจำนวนมากในผนังด้านในเชื่อกันมาเป็นสถานที่ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้นำของมีค่าอย่างเช่นเพชร พลอยมาประดับเอาไว้ให้แก่พระราชมารดาอีกด้วย ช่วงที่สมควรที่จะเข้ามาชมในช่วงเช้าจะดีที่สุด ใช้ระยะเวลาในการชมนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

1

การเดินทางไปยังปราสาทตาพรหมนั้นแสนจะง่ายดาย โดยเดินทางออกจากเมืองเสียมเรียบคือ ใช้ถนนชารล์เดอโกไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตรสังเกตง่ายๆ คือเมื่อผ่านทางจุดขายตั๋วของ Angkor Ticket Center มุ่งหน้าตรงไปทางนครวัดเลี้ยวขวาไปตรงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายซึ่งไม่ไกลนัก จุดสังเกตง่ายๆ คือจุดบริการรถตุ๊กๆ นำเที่ยว ซึ่งสามารถหาซื้อแพกเกจทัวร์จากผู้ประกอบการณ์ท้องถิ่นได้ด้วยค่ะ

การเข้าชมสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ในกลุ่มของปราสาทนครวัด และนครธม

  • 1 วัน/ 20 USD
  • 3 วัน/ 40 USD
  • 7 วัน/ 60 USD

ชมธรรมชาติและปราสาทแห่งวัฒนธรรม

ปราสาทตาพรหมนั้นเป็นปราสาทที่อยู่ในป่ายาวนานถึง 500 ปีแต่เมื่อชาวฝรั่งเศสได้เข้ามาค้นพบและได้รับการบรูณะในเบื้องต้นโดยการตัดแต่งต้นไม้ออกให้หมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปธรรมชาติก็ได้ถูกเรียกคืนพื้นที่ซึ่งเติบโตและกลับเข้าปกคลุมปราสาทตามเดิม แต่กลับสร้างความสวยงามและความลึกลับให้กับปราสาทอย่างน่ามหัศจรรย์  ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ต้นสำโรง” เป็นไม้ยืนต้นที่มีรากขนาดใหญ่เอาไว้ดูดซับน้ำจากพื้นดินค่ะ และอีกประเภทหนึ่งนั้นคือเป็นพืชพันธ์ไม้เลื้อยที่จะคอยขึ้นตามหน้าบัน ตัวปราสาท และหลังคา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะคอยตัดแต่งต้นไม้ไม่ให้โตเกินไปเพราะปราสาทนั้นอาจจะพังถล่มลงมาได้  ในส่วนของทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของปราสาทนั้นจะมีทางเข้า และกำแพงชั้นนอกที่สร้างด้วยศิลาแลงที่กว้างถึงขนาด 700 เมตรและยาวถึง 1,000 เมตร ซุ้มประตูขนาดใหญ่ที่มีประติมากรรมแกะสลักของพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 4 ด้านศิลปะเหมือนกับปราสาทบายน ด้านในมีปรางค์และวิหารน้อยใหญ่ไว้ให้ดูอีกด้วย

2

ภายในปราสาทตาพรหมนั้นแม้จะเก่าและทรุดโทรมไปบ้างแต่ก็มีประติมากรรมที่น่าสนใจและสวยงามอยู่มากมายและงดงามอีกด้วย และศิลปที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากคือภาพสลักของไดโนเสาร์ที่อยู่บริเวณเสาประตูโคปุระชั้นที่ 3 ซึ่งสร้างความฉงนใจให้กับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนเป็นอย่างมาก มีการคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าในยุคนั้นมีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ด้วยงั้นเหรอ

ภาพสลักที่งดงามของปราสาทตาพรหม

ปราสาทตาพรหมนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ภาพสลักไดโนเสาร์เท่านั้น ภายในมีภาพสลักของคติธรรมต่างๆ  เช่นตอนพระแม่ธรณีบีบมวยผม ปราบมารผจญตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะก่อนที่จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า หรือจะเป็นภาพสลักพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณคล้องพวงมาลัย ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และเรื่องรามเกียรติ์ตอนของพระราม พระลักษณ์และนางสีดาถูกเนรเทศออกจากเมือง นอกจากนั้นมีซากภาพแกะสลักที่ถูกทำลายที่ยังคงมีลวดลายอยู่บ้างคือประวัติของศาสนานิกายมหายานค่ะ

ผ้าห่มนาโน ราคาส่ง 4 ฟุตรุ่นบางพร้อมส่งค้า

▪️ผ้าห่มนาโนรุ่น 4 ฟุต ห่มสบาย ระบายอากาศ
▪️ไม่อึดอัด ลายน่ารัก พกพาง่าย มีแพคเกททุกผืน
▪️ราคาเบาๆ ผ้านุ่ม ยิ่งซักยิ่งนุม สีไม่ตก
▪️หลากหลายลาย ขายทั้งส่งและปลีก
▪️นำไปเป็นของฝาก หรือของขวัญ ของรับไหว้ บริจาคได้ทุกเทศกาล
▪️สินค้าพร้อมจัดส่งจ้า
▪️จัดส่งสินค้าทุกวันจันทร์-ศุกร์ รอบเช้าและบ่าย

ผ้าห่มนาโน

 

วิตามิน C สารอาหารให้ประโยชน์หรือให้โทษต่อร่างกาย

1

วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ล้วนมีความสำคัญต่อสุขภาพเพราะจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะการที่เราสุขภาพดีจากภายใน ร่างกายแข็งแรง ก็ทำให้เรามีประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ ตามมา วันนี้เราจะพาคุณมาพูดถึงเรื่องวิตามิน C กัน อยากทราบกันไหมว่าวิตามิน C นั้นมีคุณประโยชน์ต่อการสร้างสุขภาพดีอย่างไรบ้าง ตามมาอ่านไปพร้อมกันเลยค่ะ

วิตามิน C เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า กรดแอล แอสคอร์บิก หรือแอล แอสคอร์เบต  เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายมนุษย์แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้  มีคุณสมบัติละลายได้ในน้ำป้องกันและรักษาอาการอักเสบของโรคบางชนิดที่มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางตัว  ถูกค้นพบเมื่อศตวรรษที่ 18 โดยการสังเกตุลูกเรือที่ออกเดินทางไปในทะเลพบว่าลูกเรือคนหนึ่งป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิดทั้งที่ไม่ได้รับเชื้อใดๆทั้งสิ้นก่อนเดินทางสุขภาพแข็งแรงดี  ต่างจากลูกเรืออีกคนที่บริโรคมะนาวเป็นประจำเดินทางในทะเลเหมือนกันแต่ไม่ป่วยเหมือนลูกเรือคนแรก  ทั้งยังมีสุขภาพดีแข็งแรงเหมือนเดิมทำให้ผู้คนเริ่มตั้งข้อสังเกตุว่าการบริโภคมะนาวทำให้สุขภาพดี  นอกจากนี้การบริโภควิตามิน C ยังมีส่วนช่วยให้ผิวพรรณดี ขาวใส เปล่งปลั่ง รักษาสิวได้ทำให้ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้มีอาการป่วยพยายามสรรหาวิตามินนี้มาบริโภคกันทุกวัน

แหล่งที่มา

วิตามินชนิดนี้พบมาในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ผักสีเขียว สมุนไพร อาทิเช่น ผลเบอร์รี่ ดอกกระหล่ำ พริกไทย มะเขือเทศ มันฝรั่ง แคนตาลูป  ส้ม กล้วย มะขาม มะนาว สตอเบอร์รี่เป็นต้น  การบริโภคสามารถบริโภคโดยตรงไม่ต้องผ่านขั้นตอนทำให้สุกก็ได้เช่นผลไม้ควรล้างให้สะอาดก่อนบริโภค  เพื่อความสดชื่นควรบริโภคในขณะที่ผลไม้ยังสดใหม่  หากประกอบเป็นอาหารควรบริโภคหลังเสร็จใหม่เพื่อประหยัดและคงคุณค่าของวิตามิน

2

ประโยชน์

วิตามิน C มีดีมากมายไม่แพ้วิตามินอื่นๆ และยิ่งเฉพาะกับสาวๆ ที่รักสวยรักงาม อยากมีผิวพรรณสวยเปล่งปลั่ง กระจ่างใสละก็วิตามิน C นี่แหละช่วยคุณได้ อีกทั้งยังมาพร้อมคุณประโยชน์ในหลากหลายด้านอีกด้วย มาดูกันนะคะว่ามีอะไรบ้าง

  • เพิ่มปริมาณคอลลาเจนในร่างกายผิวหนังในส่วนต่างๆจึงประสานรอยแผลได้ง่ายและไม่ทิ้งรอยแผลงเป็น สีผิวขาวสดใสไม่หมองคล้ำ  ลดปัญหาเรื่องหลุมสิว รอยแผลต่างๆได้เป็นอย่างดี
  • ลดปัญหาโรคเลือดออกตามไรฟัน ปัญหากลิ่นเหงือก เหงือกไม่แข็งแรง ทำให้ฟันแข็งแรงไม่เหลือง เส้นเลือดไม่อุดตัน
  • ต้านอนุมูลอิสระชะลอความแก่และริ้วรอยต่างๆบนผิวหนังทุกส่วนในร่างกาย
  • รอยแผลสด แผลใหม่ แผลรอยไม้ รอยด่างดำจะหายไปอย่างรวดเร็วไม่ทำให้เจ็บปวดมากนัก
  • ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้นรวมถึงนำไปใช้งานได้อย่างเพียงพอ
  • คงรูปแบบของการทำงานของเซลล์ไม่ให้เปลี่ยนแปลงหรือกลายพันธุ์
  • ป้องกันโรคเกี่ยวกับการมองเห็นอย่างตาพร่า ตามัว มองเห็นไม่ชัด ภาพเบลอ ปวดตา
  • ลดระดับคอลเลสเตอรอลในร่างกายเส้นเลือดจึงทำงานได้ปกติ ไม่เกิดการอุดตันลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคหัวใจ
  • รักษาอาการความจำเสื่อม ช่วยให้จิตใจแจ่มใสไม่เครียดสะสม
  • ต้านโรคมะเร็ง ชะลอการแพร่ขยายของเชื้อโรคให้ช้าลงให้มากที่สุด ยืดอายุให้นานขึ้น
  • บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไซนัส หอบหืด ลดอาการแพ้ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้
  • ช่วยให้ผิวขาวเนียน นุ่มลื่นน่าสัมผัส ไม่แห้งหยาบกร้าน ลดการสร้างเมลานินในเซลล์ผิวหนัง  ทำให้ผิวดูขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

3

ผลเสีย
วิตามิน C ให้ประโยชน์หลายอย่างกับร่างกายแต่อย่างไรก็ตามวิตามินชนิดนี้ก็ยังก่อให้เกิดผลกระทบ ผลข้างเคียงกับร่างกายได้เช่นกัน  ซึ่งอาการจะมากหรือน้อยนั้นไม่สามารถคาดเดาล่วงหน้าเลย

  1. ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง ปวดท้อง รู้สึกมวนในท้องตลอดเวลา  หรือเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว เป็นลม
  2. ค่าความเป็นกรดของปัสสาวะเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดผลึกในท่อปัสสาวะอาจเกิดการอุดตันเมื่อเวลาผ่านไปเป็นเวลานาน
  3. ขาดวิตามิน C เป็นเวลานานทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอย่างอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เลือดออกตามไรฟัน ผิวคล้ำแผลหายยาก ผิวเหี่ยวหย่อนคล้อยก่อนวัย
  4. หากร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไปจะลดอัตราการดูดซึม ซิลิเนียมในร่างกายให้ลดน้อยลง
  5. ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นเมื่อระดับวิตามินซีในร่างกายเริ่มลดน้อยลง
  6. บริโภควิตามิน C มากเกินไปธาตุเหล็กในร่างกายจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วเสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน
  7. ปวดตามข้อศอก ข้อพับอย่างแรงอาจมากจนถึงขึ้นไม่อยากขยับ
  8. รอยแผลหายช้าจากปกติหลายเท่าตัวเนื่องจากร่างกายขาดวิตามินซีเป็นเวลานาน
  9. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ช้าลง เมื่อป่วยร่างกายก็จะหายช้าเช่นกัน

4

ข้อควรระวัง

หากจำเป็นต้องบริโภควิตามินซีเป็นประจำควรเลือกระดับความเข้มข้นของความเป็นกรดในระดับปานกลางเพื่อรักษากระเพาะและเนื้อเยื่อให้แข็งแรงไม่ผุกร่อนไปตามกาลเวลาเมื่อต้องสัมผัสกับวิตามินซีบ่อยครั้ง  ถ้าบริโภควิตามินซีเพื่อความสวยความงามควรใช้ระดับความเข้มข้นน้อยสุดเมื่อต้องการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการบริโภควิตามินมากเกินไป  การเก็บรักษาควรเก็บให้พ้นแสงแดดและห่างไกลมือเด็ก  การเลือกซื้อควรเลือกซื้อกับโรงงานผลิตที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยได้มาตรฐานอาหารและยาทุกครั้งและไม่ควรบริโภควิตามินซีที่หมดอายุแล้วเพื่อผลที่ได้อาจไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ควรจะเป็น  เพื่อสุขภาพของคุณเองจึงต้องเอาใจใส่ตั้งแต่ขั้นตอนของการเลือกซื้อไปจนถึงการบริโภคเข้าไปเป็นลำดับสุดท้าย

หวังว่าข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับวิตามิน C ที่เรานำมาฝากกันนี้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีของคุณไม่มากก็น้อย ดังนั้น ใครที่รักสุขภาพกันแล้วล่ะก็ อย่ามองข้ามสาระดีๆ ที่ได้จากวิตามินซีกันนะคะ แล้วคุณจะรู้สึกภูมิใจที่ได้ดูแลตัวเองกับโภชนาการทางด้านอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน

 

5

วิตามิน B6 มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

1

เพราะวิตามินต่างๆ ล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกาย ซึ่งร่างกายคนเราต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทุกวันอยู่แล้ว หากขาดวิตามินชนิดหนึ่งชนิดใดไปก็อาจจะทำให้เราขาดสาอาหารและทำให้สุขภาพย่ำแย่ตามมาก็เป็นได้ และในวันนี้เราก็มีวิตามิน B6 ซึ่งเป็นเรื่องราวสาระน่ารู้ที่น่าติดตามอย่างมาก เพื่อประโยชน์ของการเสริมสร้างสุขภาพที่ดี มาดูกันค่ะว่าวิตามิน B6 นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายคนเราอย่างไร

หนึ่งในวิตามินกลุ่มบีอย่าง วิตามิน B6 จัดว่าเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกายเช่นกัน  วิตามินบี 6 ประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่ ไพริดอกซีน  ไพริดอกซาลและไพริดอกซามัน    เป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำไม่ก่อให้เกิดสารเคมีตกค้างในร่างกายเช่นเดียวกับวิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 โดยปกติวิตามิน B6เป็นวิตามินที่จะต้องทานควบคู่กันกับวิตามินชนิดอื่นเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุด  วิตามินนี้มีหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนที่เหลือค้างอยู่ในร่างกายให้หมดไป  ช่วยให้การหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบเร็วขึ้น  ถ้าทำให้เป็นผลึกสีขาวจะใสไม่มีสี รสเค็มเล็กน้อย มีค่าความเป็นกรดและเบสปานกลาง ละลายได้ในน้ำแต่หากโดนแสงแดดจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

2

แหล่งที่มา

สามารถพบได้ทั่วไปในเมล็ดพืชชั้นในและเมล็ดพืชอื่นๆไม่ว่าจะเป็นแอพริคอท แตงโม พลับ ทานตะวัน ข้าว ถั่ว แมคคาดาเมีย  นอกจากนี้ยังพบได้ในเนื้อสัตว์หลายชนิดเช่น ปลา หมู ไก่ ไข่แดง ข้าวไม่ขัดสี เมล็ดธัญพืช ผักใบเขียวและผลไม้อย่างกล้วยทุกสายพันธุ์

ประโยชน์

เพราะวิตามิน B6 มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด หากใครยังไม่รู้ว่ามีดีอย่างไรบ้างนั้น ตามมาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันเลยค่ะ

  • ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารจากวิตามินบี 12 ได้อย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินเอฟในร่างกาย
  • ส่งเสริมกระบวนการเมตาบอลิซึมของไขมันในร่างกายให้สามารถทำงานได้ดีและเป็นปกติ
  • ทำให้การเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรคและโปรตีนสมบูรณ์ไม่หลงเหลือสิ่งตกค้างในร่างกาน
  • เพิ่มการผลิตสารเซโรโทนินที่ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อเรียบ ให้สัมพันธ์กับคำสั่งการโดยตรงจากสมอง
  • เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหลายชนิด
  • ทำให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้นการทำงานในร่างกายจึงไม่หยุดชะงัก
  • ร่างกายไม่หลงเหลือซากน้ำตาลเพราะถูกปล่อยออกมาจากตับและกล้ามเนื้อแปลงเป็นพลังงานใช้ในร่างกายแทน
  • เปลี่ยนทริพโตฟานให้กลายเป็นวิตามินบี 3
  • ช่วยสังเคราะห์ ควบคุมการทำงานของ DNA และ RNA สารบ่งบอกรหัสพันธุกรรมของมนุษย์
  • เกิดความสมดุลของระดับน้ำภายในร่างกายอยู่ตลอดเวลา
  • ลดอาการหน้ามืด วิงเวียน อาเจียนสำหรับผู้หญิงที่กำลังตังครรภ์
  • รักษาโรคเสื่อมสมรถภาพจากโรคหัวใจ เบาหวาน
  • ระบบปัสสาวะทำงานได้เป็นปกติ ไม่ติดขัด ไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บแสบ
  • ลดอาการบวมน้ำในช่วงก่อนและหลังเป็นประจำเดือน

 

3

ผลกระทบจากการขาดวิตามิน B6

อาการที่สังเกตุเห็นได้จากภายนอกมีหลายอย่างหากว่าร่างกายไม่ได้รับสารอาหารจากวิตามิน B6 หรือได้รับไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในแต่ละวัน  โดยอาการทั้งจากภายในและภายนอกนั้นมีดังนี้

  1. เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำต้องกินยารักษาอาการเบื้องต้นทันที
  2. ร่างกายอ่อนเพลียคล้ายคนทำงานหนัก นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  3. เจ็บป่วยง่ายแม้จะเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรงอะไรรักษาให้หายได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน
  4. เกิดโรคแทรกซ้อนง่ายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง
  5. ผมร่วง มือและเท้าเป็นแผล ชาและเป็นตะคริวบ่อย
  6. อาจเกิดอาการความจำเสื่อมในบางราย
  7. การมองเห็นไม่คมชัดเท่าเดิม เริ่มพร่ามัวต้องเพ่งสายตา
  8. การทำงานของหัวใจไม่ปกติ ทำให้ร่างกายได้รับผลกระทบโดยตรงไม่ว่าจะเป็นสุขภาพกายหรือสุขภาพใจ
  9. ร่างกายขับของเสียออกมาทางปัสสาวะมากกว่าปกติ
  10. เกิดโรคโลหิตจางกระทันหัน ช็อกและหมดสติในที่สุด
  11. หากขาดวิตามิน B6เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการชัก มือเท้าสั่นบ่อยครั้ง

4

คำแนะนำเพิ่มเติมที่ควรทราบ

เพราะวิตามิน B6เป็นวิตามินที่ร่างกายผลิตเองไม่ได้จึงต้องใช้วิธีรับประทานอาหารเสริมและบริโภคจากแหล่งอาหารต่างๆเข้าไปหากได้รับมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายคิดว่าเป็นพิษและพยายามขับออกมาทางปัสสาวะ  ดังนั้นก่อนบริโภคคุณควรจะทราบความต้องการของร่างกายตนเองก่อนเพื่อจัดสรรปริมาณการบริโภคต่อวัน  หากเลือกบริโภคจากแหล่งอาหารให้ใช้วิธีที่รักษาปริมาณของวิตามิน B6 ได้สูงสุด  ที่สำคัญห้ามบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานานเนื่องจากวิตามิน B6จะส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาททำให้ทำงานและสั่งการผิดพลาด  การรับรู้ การสัมผัสสิ่งต่างๆจะน้อยลง

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ จะเห็นได้ว่าวิตามินต่างๆ รวมถึงวิตามิน B6 ก็ล้วนมีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกายเช่นเดียวกัน เมื่อทราบข้อดีข้อเสียต่างๆ แล้ว จงอย่าลืมหันมาดูแลตัวเองกันเพิ่มมากขึ้นนะคะ

 

 

 

วิตามิน B2 สารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย

1

ความสำคัญของการมีสุขภาพร่างกายที่ดีอยู่ที่อะไรกันบ้าง หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องของการทานอาหารจริงมั้ยคะ และอาหารที่มีคุณประโยชน์มาพร้อมวิตามินแร่ธาตุต่างๆ นั้นก็ล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายของเราทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นก็คือประโยชน์ดีๆ จากวิตามินบี 2 นั่นเอง มาดูกันค่ะว่าวิตามินบี 2 มีดีอย่างไร

วิตามินบี 2 หรือไรโบเฟลวินเป็นวิตามินที่จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี  ซึ่งมีความจำเป็นและสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกายไม่แพ้วิตามินอื่นในกลุ่มเดียวกัน  วิตามินบี 2 ช่วยแปลงวิตามินบี 6 ให้อยู่ในรูปของโฟลิกเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้อย่างสะดวกวิตามินทั้งสองชนิดนี้จึงสามารถทานควบคู่กันได้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ  และเนื่องจากวิตามิน B2เป็นอีกวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำจึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการได้อย่างพอดี  หากมากเกินไปวิตามินชนิดนี้จะถูกขับออกจากร่างกายในรูปแบบของปัสสาวะ  มีส่วนช่วยในการเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรตและแอลกอฮอร์  เป็นวิตามินที่ร่างกายใช้ในปริมาณค่อนข้างน้อยจึงไม่ค่อยเกิดปัญหาการขาดแคลนวิตามินบี 2 มากนัก  นอกจากนี้วิตามิน B2 ยังช่วยในการยับยั้งการเจริญเติบโตของอนุมูลอิสระที่เป็นตัวบ่อนทำลาย DNA ในร่างกายให้หมดไปด้วย

2

แหล่งที่มา

โดยทั่วไปวิตามินบี 2 พบได้ในอาหารที่มีส่วนผสมของยีสต์สำหรับทำขนมปังทั่วไป ถั่วอัลมอนต์ เนื้อสัตว์ทุกประเภท จมูกข้าว รำข้าว เห็ด โยเกิร์ต ไข่ ผักกระหล่ำ ผักโขมและถั่วเหลือง  หากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการบริโภคสามารถหาซื้ออาหารเช้าแบบซีเรียลมาทานก็ได้เพราะอาหารชนิดนี้จะอุดมไปด้วยวิตามิน B2 และทุกแหล่งที่พบวิตามินบี 1 แต่ปริมาณวิตามินบี 2 อาจจะต้องกว่าบี 1 หลายเท่า

ประโยชน์

วิตามินบี 2 มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วยกันหลากหลายอย่าง ใครที่อยากรู้ว่ามีดีอย่างไรบ้าง อ่านตามรายละเอียดด้านล่างดังต่อไปนี้ได้เลย แล้วคุณจะอยากทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างวิตามินบี 2 มากขึ้นเลยทีเดียว

  • ช่วยรักษาระบบการแจกจ่ายอาหารที่มีประโยชน์ในร่างกายให้เป็นปกติ
  • ดูแลสุขภาพของผิวหนังให้สวยงาม นุ่มนิ่ม ชุ่มชื้น
  • บำรุงสายตาและการมองเห็นทั้งในที่มืด ที่โล่งแจ้งและที่สว่างน้อย
  • เสริมสร้างกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
  • ระบบหายใจทำงานได้คล่องขึ้น จึงรู้สึกหายใจได้ดีขึ้น
  • บำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ทุกๆส่วน
  • ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยได้อย่างสมบูรณ์

3

ผลกระทบจากการขาดวิตามิน B2

ผลกระทบในแต่ละรายอาการหนักมากหรือไม่นั้นต้องพิจารณาจากปริมาณของวิตามินที่ได้รับรวมกันทั้งหมด  หากไม่เร่งทำการรักษาอาการอาจทรุดหนักได้

  1. ในระยะแรกอาจทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรงคล้ายคนป่วย
  2. การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปอย่างเชื่องช้ากว่าคนในวัยเดียวกัน
  3. ระบบการย่อยอาหารของร่างกายมีปัญหา เกิดอาการท้องเสีย แน่นท้อง ท้องอืดเป็นต้น
  4. มีแผลแตกตามผิวหนังที่บางมากๆเช่นบริเวณปากหรือมุมปาก ทำให้เกิดแผลปากนกกระจอก ริมฝีปากแดง
  5. การมองเห็นลดประสิทธิภาพลง อาจมีอาการตาพร่า มองไม่เห็น สู้แสงสว่างมากๆไม่ได้
  6. ปวดแสบข้างในปากไม่ว่าจะเป็นลิ้น หรือเหงือก
  7. เกิดโรคประจำตัวเช่น ท้องร่วงเรื้อรัง โรคตับ
  8. สุขภาพร่างกายอ่อนแอ มีปัญหาด้านสุขภาพบ่อยครั้ง

4

คำแนะนำเพิ่มเติม

แม้ว่าวิตามิน B2จะเป็นอีกวิตามินหนึ่งที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายแต่การบริโภคเข้าไปนั้นควรปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัย  เพื่อรับทราบแนวทางการบริโภคควรจะเน้นหรือหลีกเลี่ยงมากน้อยแค่ไหนแพทย์ที่ปรึกษาจะกำหนดและแจกแจงรายละเอียดเกี่ยวกับการบริโภควิตามินให้คุณได้รับทราบอย่างถูกวิธีและปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่บริโภควิตามินเข้าไป  การเก็บรักษาวิตามินชนิดนี้ต้องเก็บให้ห่างจากแสงแดดเพื่อป้องกันการถูกทำลาย

 

 

 

 

 

 

สารพัดเรื่องราวน่ารู้ของวิตามิน B1

1

วิตามิน B1 หรือไทอามินเป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมากแต่เนื่องจากร่างกายของมนุษย์เราไม่สามารถผลิตวิตามินชนิดนี้เองได้เพื่อให้ได้มาซึ่งวิตามินบี 1 คนเราจึงจำเป็นต้องบริโภคเข้าไปแทน  วิตามินชนิดนี้ค่อนข้างดีในเรื่องของการบริโภคเข้าซึ่งสามารถหาได้จากในรูปแบบของอาหารเสริมหรือจากการรับประทานอาหาร  มีความพิเศษตรงที่ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องสารตกค้างเพราะร่างกายสามารถขับวิตามินส่วนเหลือออกมาได้เองโดยวิธีทางธรรมชาติ  วิตามิน B1 ละลายได้ในน้ำและจะเสื่อมสลายไปเมื่อเจอกับความร้อน  รูปแบบของวิตามินชนิดนี้จะเข้าไปอยู่ในร่างกายในรูปของไทอามินอิสระและไทอามิน ไพโร ฟอสเฟต ร่างกายจะทำการดูดซึมสารไปไว้ที่เนื้อเยื่อแต่ละส่วนของร่างกายยกตัวอย่างเช่น ตับ หัวใจ ไต สมองและกล้ามเนื้อบางส่วน  เป็นวิตามินที่ร่างกายเผาผลาญให้หมดไปอย่างรวดเร็วเพราะคุณสมบัติของวิตามินบี 1 ช่วยให้การเผาผลาญคาร์โบโฮเดรค โปรตีนและไขมันทำได้ดีขึ้นนั่นเอง

แหล่งที่มา

เนื่องจากร่างกายคนเราไม่สามารถผลิตวิตามินชนิดนี้เองได้จึงต้องรับมาจากอาหารเสริมหรือแหล่งอาหารบางชนิดได้แก่  เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ถั่ว ข้าว  เพื่อให้ได้มาซึ่งปริมาณของวิตามินเป็นจำนวนมากควรใช้เวลาทำความสะอาดและปรุงให้สุกด้วยการนึ่งหรือย่างแทนจะดีกว่าใช้วิธีอื่นเพราะทำให้ปริมาณของวิตามินลดจำนวนลงไป

2

ประโยชน์

ขึ้นชื่อว่าวิตามินแล้วไม่ว่าจะวิตามินใดก็ตามล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเราทั้งสิ้น และเช่นกันค่ะกับวิตามินบี 1 โดยวันนี้เราก็นำเอาคุณประโยชน์จากวิตามินดังกล่าวมาแนะนำให้คุณได้ทราบกันอีกเช่นเคยแล้วค่ะ

  • วิตามินบี 1 ทำให้รู้สึกเจริญอาหารทานอะไรก็รู้สึกอร่อยอาหารรสชาติถูกปาก บริโภคอาหารได้มากขึ้น
  • ช่วยบำรุงระบบสมองไม่ให้มึนงง สับสน ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและการทำงานด้วยคำสั่งจากจิตใจและระบบอัตโนมัติได้เป็นอย่างดี
  • กล้ามเนื้อในร่างกายสามารถทำงานให้สัมพันธ์กับระบบประสาทได้ตลอดเวลา
  • รักษาโรคบางชนิดเช่น โรคเหน็บชา
  • กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ร่างกายแข็งแรงขึ้นไม่ป่วยง่าย
  • ส่งเสริมระบบสร้างเสริมการทำงานแต่ละส่วนในร่างกายทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้เต็มที่
  • ลดอาการเมาคลื่น แพ้อากาศ
  • สุขภาพร่างกายแข็งแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ผลกระทบจากการขาดวิตามิน B1

ทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเริ่มผิดพลาดส่งผลให้เกิดผลกระทบตามมาหลายอย่างด้วยกัน

  1. รู้สึกเบื่ออาหารไม่อยากทานอาหารไม่ว่าจะเป็นของโปรดหรืออาหารที่ชื่นชอบ
  2. เริ่มนอนหลับยากขึ้น บางคืนอาจนอนไม่หลับเลย
  3. สมองออกอาการสับสน มึนงง แม้จะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนก็ตาม
  4. การทำงานของสมองและกล้ามเนื้อของร่างกายเริ่มไม่สัมพันธ์กัน สมองอาจสั่งการไปแล้วแต่กล้ามเนื้อตอบสนองช้าหรือสมองยังไม่ทันสั่งการแต่กล้ามเนื้อขยับแล้ว
  5. รู้สึกชาตามปลายนิ้วมือ นิ้วเท้าคล้ายจุ่มลงในน้ำเย็นเป็นเวลานาน
  6. เกิดอาการหลงๆลืมๆแม้จะเป็นเรื่องราวที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน
  7. ระบบการขับถ่ายเริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ จึงรู้สึกไม่สบายตัวบ่อยครั้ง
  8. อาการอื่นๆที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเช่น หัวใจวาย

3

คำแนะนำเพิ่มเติม

จากการศึกษาพบว่าร่างกายต้องการวิตามิน B1มากขึ้นเมื่อร่างกายมีการใช้วิตามินชนิดนี้ในการย่อยสลายและเผาผลาญไขมัน คาร์โบไฮเดรตและแอลกอฮอล์  ร่างกายจึงต้องการการรับสารเข้ามาเพิ่มหากร่างกายเริ่มขาดแคลนโดยในแต่ละวันร่างกายของผู้ใหญ่ต้องการไม่น้อยกว่า 0.16 มิลลิกรัมต่อพลังงานหนึ่พันกิโลแคลอรี  หากร่างกายได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพออาจเกิดอาการตัวบวมหือหัวใจล้มเหลวฉับพลัน หากอยู่ในอาการที่ไม่รุนแรงอาจรู้สึกชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า

ร่างกายคนเรานับวันที่อายุมากยิ่งขึ้น ความเสื่อมถอยของเซลล์ต่างๆ ก็ลดลง ทำให้สุขภาพอ่อนแรงไปตามวันวัย ดังนั้น หากอยากให้สุขภาพดีกันล่ะก็ ต้องหมั่นทานอาหารที่เป็นประโยชน์ให้ครบถ้วนทุกสัดส่วนเท่านั้น และควรต้องออกกำลังกาย นอนพักผ่อน ไม่เครียดไปพร้อมกัน เพียงเท่านี้ก็ทำให้คุณอายุยืนยาวมากขึ้นได้แล้วค่ะ

ข้อควรทราบเกี่ยวกับวิตามิน A

1

วิตามิน A หนึ่งในวิตามินรวมหลากหลายชนิดที่มีคุณค่าและความสำคัญหลายด้าน ในวันนี้เราจึงมีสาระน่ารู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปและประโยชน์ของวิตามิน A มาฝากกันมาดูกันค่ะว่าเป็นอย่างไร

วิตามิน A เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างด้วยกัน  เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมันซึ่งเราสามารถค้นหาวิตามิน A ได้จากสัตว์เท่านั้นแต่ถ้าเป็นการค้นหาในพืชจะเป็นวิตามินที่เป็นสารประกอบแคโรทีนอยด์จึงสามารถแบ่งวิตามินชนิดนี้ได้เป็น 2 ชนิดด้วยกัน

  • เรตินอล (Retinal) จัดเป็นวิตามินเอที่อยู่ในรูปแบบพร้อมบริโภคที่มีโมเลกุลของวิตามิน A หาได้จากเนื้อสัตว์ นม ไข่ สารอาหารที่จัดเป็นโปรตีนร่างกายไม่สามารถขจัดวิตามินเอในประเภทนี้ได้หมด  เพราะเป็นวิตามินเอที่ไม่สามารถละลายน้ำได้ต้องละลายในไขมันเท่านั้น
  • เบตาแคโรทีน (Beta-Carotene) คือวิตามินที่อยู่ในลักษณะของสารก่อนจะเรียกว่าเป็นวิตามินเอที่มีการจับตัวกันเป็น 2 โมเลกุลหาได้จากพืชใบเขียวและพืชสีแดงอมเหลืองเป็นวิตามินที่มีการนำไปบริโภคเพราะร่างกายสามารถดูดซับไปใช้หรือขจัดออกจากร่างกายได้ทั้งหมดเนื่องจากชนิดนี้สามารถละลายได้ในน้ำ

ตามหลักเท่าไปแล้ววิตามินเอมีหน้าที่ช่วยในการบำรุงด้านการเจริญเติบโตของระบบกระดูกในร่างกาย  การแบ่งตัวของเซลล์ต่างๆและช่วยให้การมองเห็นการรับภาพดีขึ้นด้วย  นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันเชื้อโรคต่างๆที่จะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางช่องทางต่างๆ  คนที่ได้รับการบริโภควิตามินชนิดนี้หรือร่างกายสามารถดูดซับนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่จะเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ผิวหนังหนาพอดีไม่เปราะบาง  เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตขึ้นมาเพื่อต่อต้านแบคทีเรียและเชื้อโรคที่เข้าสู้กระแสเลือดได้อย่างเป็นปกติและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

2

แหล่งที่มา

แหล่งที่มาของวิตามินจะแล้วแต่ประเภทซึ่งแยกพิจารณาจากวิตามินเอที่เรียกกันว่าเรตินอล  สามารถหาได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ นม ตับ  นมพร่อมมันเนยหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ผลิตมาจากนมและในรูปแบบของเบต้าแคโรทีนสามารถหาได้จากพืชผักใบสีเขียว พืชสีแดงและพืชสีเหลืองเช่น แครอท สับปะรด มะม่วง มะเขือเทศ พีช

ประโยชน์

วิตามินเอเป็นวิตามินที่ใครหลายคนคุ้นเคยและรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะมีส่วนช่วยบำรุงร่างกายในหลากหลายส่วน ทำให้สุขภาพแข็งแรง บำรุงอวิยวะที่สำคัญไม่แพ้วิตามินอื่นๆ ว่าแต่จะมีประโยชน์อย่างไรบ้างนั้น ตามมาศึกษาข้อดีไปพร้อมกันเลย

  • ช่วยบำรุงสายตาให้กลับมามองเห็นสิ่งต่างๆรอบตัวได้ดีขึ้น ป้องกันสายตาพร่ามัว
  • เสริมสร้างระบบการซ่อมแซมและบำรุงเรื่องกระดูกและฟัน
  • ลดอาการตาบอดในตอนกลางคืนเพิ่มประสิทธิของเซลล์รับแสงให้ทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วยเพิ่มระบบภูมิต้านทานโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
  • ระบบภูมิคุ้มกันโรคทำงานได้อย่างเต็มที่เพราะเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตออกมาจากตับอย่างเหลือเฟือ
  • ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บย่นระยะเวลาการพักฟื้นตัวจากการป่วยในแต่ละครั้ง
  • ผิวหนังจะหนาขึ้นแต่มามากเกินไป เปรียบเสมือนเกราะป้องกันเบื้องต้นของร่างกายได้ถูกฟื้นฟูกำลังและความสามารถ
  • ผิวหนังจะสว่างขึ้นเพราะเซลล์ผิวเก่าจะถูกผลัดและลอกล่อนออกแทนที่ด้วยผิวหนังชั้นใหม่ที่ดีกว่า
  • เส้นผมจะแข็งแรงขึ้น ไม่หลุดร่วงหรือขาดง่าย ไม่แห้งแตกปลาย
  • ริ้วรอยต่างๆบนผิวหนังของร่างกายดูจางลงเมื่อนำวิตามิน A มาทา
  • รักษาโรคภัยไข้เจ็บบางชนิดเช่น ถุงลมโป่งพอง ไทรอยด์เป็นต้น

3

 

อันตรายจากการรับประทาน

ไม่ใช่เพียงวิตามินชนิดนี้เท่านั้นที่มีผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายหากว่ารับประทานเข้าไปมากเกินกว่าความต้องการของร่างกายซึ่งผลกระทบก็จะแตกต่างกันไปบางอย่างอาจเห็นผลในทันทีแต่บางอย่างอาจใช้เวลานานในการแสดงผล  ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการรับประทานวิตามินเอมากเกินไปทั้งสิ้น

  1. สำหรับหญิงมีครรภ์ไม่ควรรับประทานวิตามินชนิดนี้มากเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ ผลที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป
  2. ร่างกายจะอ่อนเพลียเป็นอย่างมากหากอาการหนักมากขึ้นก็จะมีอาการอาเจียนร่วมด้วย
  3. ผลกระทบต่อจิตใจทำให้ใจสั่น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เซื่องซึม กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ฟุ้งซ่าน
  4. ผลกระทบต่อร่างกายทำให้น้ำหนักลด ป่วยง่าย เบื่ออาหาร ผมร่วง ท้องผูก ปวดหัว
  5. ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของร่างกายทำให้บางส่วนเติบโตมากกว่าส่วนอื่น
  6. ผิวหนังเริ่มลอกล่อนเป็นแผ่นหรือผิวเริ่มมีสีเหลืองต่างจากสีผิวปกติ
  7. ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหากรับประทานวิตามินเอร่วมกับยาบางชนิด

4

อันตรายจากการขาดวิตามินเอ

  1. ทำให้ผิวหนังแห้ง หยาบกร้าน ดูไม่มีน้ำมีนวลความขาดชุ่มชื้น โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังในส่วนที่ต้องสัมผัสกับสิ่งอื่นบ่อยครั้งอย่างหัวเข่า ข้อศอก ตาตุ่ม  หากขาดวิตามินเป็นเวลานานผิวหนังจะลอกล่อนและเริ่มแตกทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  2. ระบบการมองเห็นเริ่มเสื่อมถอย ตาฟาง มองเห็นไม่ชัด มองไม่เห็นในที่มืดหรือแสงสว่างน้อยในกรณีรุนแรงมากอาจทำให้สูญเสียการมองเห็น
  3. ระบบภูมิต้านทานโรคเริ่มอ่อนแอป่วยเป็นโรคต่างๆง่าย โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

5

คำแนะนำเพิ่มเติม

การรับประทานวิตามินเอควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์โดยตรงไม่ควรซื้อมารับประทานเอง  เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคจากการรับประทานมากเกินไป  นอกจากนี้วิตามินเอมีถึงสองชนิดดังนั้นการรับประทานต้องระบุชนิดที่เหมาะสมกับร่างกายด้วย  เพื่อป้องกันผลกระทบและสารตกค้างในร่างกายที่อาจส่งผลในระยะยาว  การรับประทานวิตามินเพื่อรักษาโรคควรหยุดการรับประทานวิตามินเมื่อหายจากอาการป่วยแล้วหรือตามคำแนะนำจากแพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างเคร่งครัด  หากไม่จำเป็นไม่ควรรับประทานวิตามินพร่ำเพรื่อและไม่ควรซื้อมารับประทานเอง  เนื่องจากวิตามินเอบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะผลิตแบบไม่ได้คุณภาพไม่มีมาตรฐานและไม่สะอาด  ไม่คุ้มค่ากับจำนวนเงินที่จ่ายไป

อย่าปล่อยให้สุขภาพร่างกายของเราขาดสารอาหารแม้แต่สารเดียวกันเลยนะคะ เพราะสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าเรื่องอื่นๆ หากเราสุขภาพไม่แข็งแรงแล้ว ก็ยากที่จะมีชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ดังนั้น หมั่นทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่นั่นแหละนับว่าดีที่สุดแล้ว

 

- PAGE 1 OF 2 -

Next Page ⇀

loading
×